• หน้าแรก

  • Accounting Articles

  • รู้ต้นทุนต่อผู้ป่วย "กุญแจสำคัญของการบริหารโรงพยาบาลอย่างยั่งยืน”

รู้ต้นทุนต่อผู้ป่วย "กุญแจสำคัญของการบริหารโรงพยาบาลอย่างยั่งยืน”

  • หน้าแรก

  • Accounting Articles

  • รู้ต้นทุนต่อผู้ป่วย "กุญแจสำคัญของการบริหารโรงพยาบาลอย่างยั่งยืน”

รู้ต้นทุนต่อผู้ป่วย "กุญแจสำคัญของการบริหารโรงพยาบาลอย่างยั่งยืน”



ในยุคที่ต้นทุนด้านสาธารณสุขเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งค่ายา วัสดุการแพทย์ อัตราค่าแรงบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงต้นทุนการดูแลรักษาที่มีความซับซ้อนมากขึ้น ผู้บริหารโรงพยาบาลจำเป็นต้องมี “ข้อมูลจริง” เพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์

หนึ่งในข้อมูลที่โรงพยาบาลชั้นนำให้ความสำคัญมากที่สุดคือ “ต้นทุนต่อผู้ป่วย” (Patient Costing)
เพราะตัวเลขนี้ไม่เพียงช่วยให้เห็นสถานะการเงินที่แท้จริง แต่ยังเป็นพื้นฐานของการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืนในระยะยาว

ทำไม ‘ต้นทุนต่อผู้ป่วย’ จึงมีความสำคัญ?

1. เห็นกำไร–ขาดทุนของโรงพยาบาลแบบ Real Picture

โรงพยาบาลส่วนใหญ่มีรายได้จากหลายแหล่ง ทั้งผู้ป่วยเงินสด ประกันสังคม ประกันสุขภาพเอกชน และบริษัทคู่สัญญา การประเมินผลตอบแทนโดยรวมอาจ “ดูดี” แต่เมื่อแยกต้นทุนลงลึกถึงระดับผู้ป่วยหรือระดับแผนก อาจพบว่า

  • บางเคสขาดทุนต่อเนื่อง

  • บางแผนกสร้างภาระต้นทุนสูงเกินจริง

  • กำไรเกิดจากไม่กี่บริการเท่านั้น

การรู้ต้นทุนต่อผู้ป่วยจึงทำให้ผู้บริหารเห็นภาพตามจริง ไม่ใช่ภาพรวมที่อาจทำให้เข้าใจผิด

2. ตั้งราคาค่าบริการได้แม่นยำขึ้นหลายเท่า

ราคาแต่ละบริการ เช่น ผ่าตัด, ตรวจ MRI, คลอดบุตร จำเป็นต้องสะท้อนต้นทุนจริง
หากตั้งต่ำเกินไป → โรงพยาบาลแบกรับภาระ
หากตั้งสูงเกินไป → สูญเสียโอกาสทางการแข่งขัน
ข้อมูลต้นทุนที่แม่นยำช่วยให้โรงพยาบาลตั้งราคาที่เหมาะสมและยั่งยืน

3. วางแผนกำลังคนและทรัพยากรได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ต้นทุนต่อผู้ป่วยช่วยบอกว่าแผนกใดต้องใช้บุคลากรเพิ่ม และแผนกใดสามารถจัดตารางงานใหม่เพื่อลดค่าใช้จ่าย
รวมถึงสามารถวิเคราะห์ต้นทุนเครื่องมือแพทย์ เช่น ค่าเสื่อม ค่าบำรุงรักษา เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้งาน

4. ปรับกลยุทธ์โรงพยาบาลในระยะยาว

เมื่อรู้ว่าบริการไหนทำกำไร บริการไหนขาดทุน ผู้บริหารสามารถ

  • ตัดสินใจลงทุนวิทยาการใหม่ได้รอบคอบ

  • ขยายบริการที่ทำกำไร

  • ลดหรือปรับรูปแบบบริการที่ไม่คุ้มค่า

  • วางแผนงบประมาณแบบโปร่งใสและตรวจสอบได้

นี่คือพื้นฐานของ “การบริหารโรงพยาบาลอย่างยั่งยืน” อย่างแท้จริง

ต้นทุนต่อผู้ป่วยประกอบด้วยอะไรบ้าง?

  • ค่าวัสดุสิ้นเปลืองทางการแพทย์ (ยา, เวชภัณฑ์, อุปกรณ์ใช้ครั้งเดียว)

  • ค่าบริการแพทย์ พยาบาล และบุคลากร

  • ค่าใช้จ่ายด้านห้องตรวจ/ห้องผ่าตัด

  • ค่าเสื่อมราคาและบำรุงรักษาเครื่องมือแพทย์

  • ค่าบริหารจัดการและต้นทุนส่วนกลาง

  • ต้นทุนทางบัญชี เช่น โอเวอร์เฮดของแผนกต่าง ๆ

การคำนวณต้นทุนเหล่านี้จากหลายแผนกและหลายรอบบิลเป็นงานที่ซับซ้อนมากหากทำด้วยมือหรือ Excel

เทคโนโลยีช่วยให้โรงพยาบาลคำนวณต้นทุนได้แม่นยำขึ้น

ปัจจุบันโรงพยาบาลเริ่มใช้ระบบบัญชีขั้นสูงที่เชื่อมกับข้อมูลคลังยา ค่าแรง และข้อมูลการรับบริการของผู้ป่วยแบบ Real-time เพื่อลดความผิดพลาดและเพิ่มความเร็วในการวิเคราะห์ต้นทุนต่อผู้ป่วย

ระบบอย่างเช่น โปรแกรมบัญชี Prosoft WINSpeed สำหรับธุรกิจโรงพยาบาล ได้การพัฒนาเพื่อธุรกิจโรงพยาบาล

  • Auto Import นำเข้าค่ารักษาพยาบาลทุกสิ้นวัน (Daily Import)

    มีความสำคัญมากสำหรับงานบัญชี-การเงิน เพื่อควบคุมภายในและการตรวจสอบรายได้ของโรงพยาบาล

    1. ตรวจสอบความถูกต้องของรายได้ประจำวัน
    2. ตรวจสอบยอดเงินสด/บัตร/โอนจากแคชเชียร์
    3. ตรวจสอบยอดลูกหนี้ผู้ป่วย & ลูกหนี้บริษัทคู่สัญญา
    4. ตรวจสอบรายการผิดปกติ (Exception Checking)
      • หมวดรายได้ไม่ถูกต้อง
      • แผนกไม่มี Mapping
      • รายการซ้ำ (Duplicate Visit)
  • ควบคุม PR (ใบขอซื้อ), PO (ใบสั่งซื้อ)

    ระบบกำหนดขั้นตอนอนุมัติแบบ Workflow:

    1. เจ้าหน้าที่แผนกส่ง PR
    2. หัวหน้าแผนกอนุมัติ
    3. ผู้บริหารฝ่ายการเงินอนุมัติ
    4. จัดซื้อออก PO ตามเงื่อนไข

    ควบคุมได้ว่า:

    • ใครมีสิทธิ์อนุมัติวงเงินเท่าไหร่ ?
    • PR ใดที่ยังรออนุมัติ ?
    • PR ไหนถูกปฏิเสธ ?
    • PO ไหนอนุมัติแล้วแต่ยังไม่รับของ ?
  • เช็คยอดสินค้าคงคลัง (Stock Check) ก่อนอนุมัติ PR

    โดยเฉพาะยาและเวชภัณฑ์ ระบบจะ

    • เช็คว่ามีเวชภัณฑ์เหลือในสต๊อกหรือไม่ ?
    • หากมีมากเกินกว่าระดับ Min–Max  ปฏิเสธ PR
    • ป้องกันการสั่งซ้ำหรือสต๊อกล้นจนหมดอายุ

    ผลลัพธ์: ลดต้นทุนยาค้างสต๊อกและของหมดอายุในโรงพยาบาลได้มาก

  • ควบคุมใบเสนอราคา(Comparative Quotation)

    • เก็บใบเสนอราคาจากหลายบริษัท
    • เปรียบเทียบราคา
    • มีระบบอนุมัติรายใหญ่ / รายสำคัญ
    • ตรวจสอบราคาที่เคยซื้อ (Purchase History)

    เหมาะกับการซื้อครุภัณฑ์แพทย์เช่น Ultrasound, Ventilator, EKG, X-Ray

  • ควบคุมการรับสินค้า (Receiving / GR)ช่วยควบคุมการทุจริตได้ 100%

    เมื่อของมาถึง ระบบจะตรวจสอบว่า

     ตรงกับ PO หรือไม่

    • จำนวน
    • ราคา
    • หมวดเวชภัณฑ์/ครุภัณฑ์
    • Lot Number
    • Expiration Date
      (สำคัญมากในโรงพยาบาล)

     หากไม่ตรง  ระบบปฏิเสธ

    เช่น สินค้าขาด, จำนวนไม่ครบ, ราคาเกิน PO

  • ควบคุมการวางบิล–รับเงินลูกหนี้บริษัทคู่สัญญา

    กำหนดได้ว่า เครดิต 30/45/60 วัน

    • ปฏิทินครบกำหนดวางบิล
    • ปฏิทินครบกำหนดเก็บเงิน
    • ช่วยวางแผนกระแสเงินสดโรงพยาบาล (Cash Flow)
  • ควบคุมคุณภาพยา–เวชภัณฑ์หลังรับของ

    บัญชีสามารถคุมได้ว่า:

    • ยาหมดอายุไกล/ใกล้
    • Lot ไหนมีปัญหา  ถอนคืนได้ทันที
    • สินค้าคืนคลังได้รับการตรวจสอบเข้มมี Trackingเช่น Lot, Expiry, Supplier
  • ควบคุมการเบิกใช้ (Issue/Dispense)

    สำหรับแผนก OR, IPD, ER, OPD, Dental, Lab ฯลฯ

    • ลดสต๊อกตามการใช้งานจริง
    • สร้างค่าใช้จ่ายแผนกตามต้นทุนจริง
    • แจ้งเตือนของใกล้หมดอายุ
  • รายงานวิเคราะห์ต้นทุน(Cost Analysis)

    • ยอดซื้อราย Supplier
    • ซื้อเวชภัณฑ์ชนิดใดมากที่สุด
    • ค่าใช้จ่ายแผนกไหนสูงผิดปกติ
    • ต้นทุนยา/วัสดุที่กระทบผลประกอบการมากที่สุด
    • รายงานงบประมาณ vs ใช้จริง

    ผู้บริหารใช้เพื่อคุมต้นทุนโรงพยาบาลแบบ Real-time

  • ควบคุมสินทรัพย์ เวชภัณฑ์โรงพยาบาล

    • ลงทะเบียนทรัพย์สิน (Asset Register)
    • การซ่อมแซมบำรุงรักษา
    • การตรวจนับ/โอนย้าย/ขาย/ยกเลิกใช้
      • ใช้ทรัพย์สินทางการแพทย์ได้เกิดประโยชน์สูงสุด
      • ลดความเสี่ยงการสูญหาย ชำรุด และการจัดซื้อซ้ำ
      • ควบคุมการบำรุงรักษาเพื่อยืดอายุสินทรัพย์
      • เชื่อมโยงงบค่าเสื่อมราคากับฐานข้อมูลบัญชี

ผลลัพธ์คือ การบริหารโรงพยาบาลที่ แม่นยำ โปร่งใส และยั่งยืน มากกว่าเดิมหลายเท่า

โรงพยาบาลที่ “รู้ต้นทุนต่อผู้ป่วย” คือโรงพยาบาลที่พร้อมแข่งขันอย่างมั่นคงในยุคใหม่
ข้อมูลต้นทุนไม่ใช่แค่ตัวเลขบัญชี แต่มันคือ หัวใจของการบริหารที่ยั่งยืน
ตั้งแต่การตั้งราคา วางแผนบริการ ไปจนถึงการลงทุนเชิงกลยุทธ์

และด้วยเทคโนโลยีที่ช่วยคำนวณต้นทุนอย่างแม่นยำ โรงพยาบาลสามารถบริหารงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและพร้อมเติบโตในระยะยาว

 113
ผู้เข้าชม

บทความที่เกี่ยวข้อง

ออดิท (Audit) หรือการตรวจสอบบัญชี คือกระบวนการที่ผู้สอบบัญชีตรวจสอบความถูกต้องและความน่าเชื่อถือของข้อมูลทางการเงินและการดำเนินงานขององค์กร เพื่อให้แน่ใจว่าข้อมูลเหล่านั้นถูกต้องตามมาตรฐานบัญชีที่กำหนด และสามารถนำไปใช้ตัดสินใจได้อย่างเหมาะสม
Landed Cost คือ ต้นทุนทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับการนำเข้าสินค้าจนถึงจุดหมายปลายทาง (เช่น คลังสินค้าของบริษัท) ซึ่งรวมถึงค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นนอกเหนือจากราคาสินค้าเอง ทำให้สามารถคำนวณราคาที่แท้จริงของสินค้าเมื่อถึงมือผู้ซื้อหรือผู้นำเข้าได้อย่างถูกต้อง
สำหรับธุรกิจที่เพิ่งเริ่มต้น แน่นอนว่ามักจะมีปัญหาทางการเงินเข้ามาให้เจ้าของธุรกิจต้องคอยรับมืออยู่ตลอดเวลา และแม้จะระมัดระวังเป็นอย่างดีด้วยความเป็นมือใหม่ก็อาจจะมีความผิดพลาดเกิดขึ้นได้ ซึ่งอย่างที่รู้กันว่าความผิดพลาดด้านการเงิน คือ หนทางแห่งความลำบากในการทำธุรกิจ สำหรับใครที่กำลังประสบปัญหาด้านการเงินในการทำธุรกิจ ลองทำความเข้าใจกับสิ่งที่ผิดพลาดเหล่านี้ดูเพื่อหาหนทางให้ธุรกิจอยู่รอดต่อไป โดยข้อผิดพลาดที่ผู้ประกอบการมักพบกันก็คือ
ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไร ที่ทำให้กิจการจำเป็นและจำใจต้อง เปลี่ยนสำนักงานบัญชี ใหม่ เรื่องที่สำคัญคือ
โปรแกรม ERP เป็นระบบบริหารจัดการทรัพยากรขององค์กรที่เชื่อมต่อและรวมรวมข้อมูลทั้งหมดขององค์กรในระบบเดียวกัน โดยรวมถึงเรื่องบัญชีทางการเงินด้วย โดยโปรแกรม ERP จะช่วยให้ฝ่ายบัญชีสามารถดำเนินการตรวจสอบรายการเงินสด รายการเจ้าหนี้ รายการลูกหนี้ รายการค่าใช้จ่าย และรายการบัญชีอื่นๆ ได้อย่างง่ายดาย
โปรแกรมบัญชี เป็นเครื่องมือที่สำคัญที่สุดเลยก็ว่าได้ เพราะงานบัญชีคือส่วนหนึ่งของธุรกิจ ที่ทำให้เจ้าของกิจการหรือผู้บริหารเห็นภาพรวมขององค์กรอย่างชัดเจน การมีโปรแกรมบัญชีเข้ามาช่วยงานบัญชีทำให้องค์กรมีความราบรื่น ถูกต้อง และมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับองค์กรด้วย นับว่าเป็นสิ่งที่คุ้มค่ากับการลงทุนอย่างแน่นอน
สร้างเว็บไซต์สำเร็จรูปฟรี ร้านค้าออนไลน์