การพยากรณ์ทางการเงิน (Financial Forecasting) คืออะไร

การพยากรณ์ทางการเงิน (Financial Forecasting) คืออะไร


การพยากรณ์ทางการเงิน (Financial Forecasting)
คือ กระบวนการคาดการณ์ผลการดำเนินงานทางการเงินในอนาคต โดยอ้างอิงจากข้อมูลทางการเงินในอดีต ข้อมูลปัจจุบัน สถานการณ์เศรษฐกิจ รวมถึงปัจจัยภายในและภายนอกที่อาจมีผลกระทบต่อธุรกิจ  พูดง่าย ๆ ก็คือ การ “มองไปข้างหน้า” ทางการเงิน เพื่อประเมินว่า รายได้ ค่าใช้จ่าย กำไร และกระแสเงินสด ในอนาคตจะเป็นอย่างไร

ประโยชย์ของการพยากรณ์ทางการเงิน

  • ช่วยวางแผนงบประมาณและการลงทุน

  • ใช้ในการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ เช่น การขยายธุรกิจหรือการกู้ยืม

  • ประเมินสภาพคล่องและความสามารถในการชำระหนี้
  • ใช้เป็นข้อมูลสำหรับนักลงทุนหรือสถาบันการเงิน

ประเภทของการพยากรณ์ทางการเงิน

1.พยากรณ์ระยะสั้น (Short-term Forecast)

  • ครอบคลุม 1 เดือน – 1 ปี
  • มุ่งเน้นการจัดการสภาพคล่อง กระแสเงินสด และค่าใช้จ่ายประจำ

2.พยากรณ์ระยะกลาง (Medium-term Forecast)

  • ครอบคลุม 1 – 3 ปี
  • ใช้ในการวางแผนโครงการ การลงทุน และการจัดสรรทรัพยากร

3.พยากรณ์ระยะยาว (Long-term Forecast)

  • มากกว่า 3 ปีขึ้นไป
  • เชื่อมโยงกับเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ เช่น การขยายธุรกิจ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน

วิธีการพยากรณ์ทางการเงินที่ใช้บ่อย

1.การวิเคราะห์แนวโน้ม (Trend Analysis) – ใช้ข้อมูลอดีตมาคาดการณ์อนาคต

2.งบประมาณแบบเพิ่มขึ้น (Incremental Budgeting) – ใช้ข้อมูลปีที่ผ่านมาแล้วปรับเพิ่ม/ลด

3.การวิเคราะห์เชิงสัมพันธ์ (Regression Analysis) – พิจารณาความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปร เช่น ยอดขายกับการโฆษณา

4.วิธีเปอร์เซ็นต์ของยอดขาย (Percentage of Sales Method) – สมมติว่าสัดส่วนค่าใช้จ่ายและสินทรัพย์ผันแปรตามยอดขาย

5.การจำลองสถานการณ์ (Scenario & Sensitivity Analysis) – ทดสอบหลายๆ สถานการณ์ เช่น กรณีดีที่สุด ปกติ และแย่ที่สุด

ข้อมูลที่ใช้ในการพยากรณ์

  • งบการเงินในอดีต (งบกำไรขาดทุน งบดุล งบกระแสเงินสด)
  • ข้อมูลการขายและการตลาด
  • แผนการลงทุนและการขยายธุรกิจ
  • แนวโน้มเศรษฐกิจ อัตราดอกเบี้ย และเงินเฟ้อ
  • ปัจจัยภายในองค์กร เช่น นโยบายการเงิน การผลิต ทรัพยากรบุคคล
 419
ผู้เข้าชม

บทความที่เกี่ยวข้อง

ออดิท (Audit) หรือการตรวจสอบบัญชี คือกระบวนการที่ผู้สอบบัญชีตรวจสอบความถูกต้องและความน่าเชื่อถือของข้อมูลทางการเงินและการดำเนินงานขององค์กร เพื่อให้แน่ใจว่าข้อมูลเหล่านั้นถูกต้องตามมาตรฐานบัญชีที่กำหนด และสามารถนำไปใช้ตัดสินใจได้อย่างเหมาะสม
Landed Cost คือ ต้นทุนทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับการนำเข้าสินค้าจนถึงจุดหมายปลายทาง (เช่น คลังสินค้าของบริษัท) ซึ่งรวมถึงค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นนอกเหนือจากราคาสินค้าเอง ทำให้สามารถคำนวณราคาที่แท้จริงของสินค้าเมื่อถึงมือผู้ซื้อหรือผู้นำเข้าได้อย่างถูกต้อง
สำหรับธุรกิจที่เพิ่งเริ่มต้น แน่นอนว่ามักจะมีปัญหาทางการเงินเข้ามาให้เจ้าของธุรกิจต้องคอยรับมืออยู่ตลอดเวลา และแม้จะระมัดระวังเป็นอย่างดีด้วยความเป็นมือใหม่ก็อาจจะมีความผิดพลาดเกิดขึ้นได้ ซึ่งอย่างที่รู้กันว่าความผิดพลาดด้านการเงิน คือ หนทางแห่งความลำบากในการทำธุรกิจ สำหรับใครที่กำลังประสบปัญหาด้านการเงินในการทำธุรกิจ ลองทำความเข้าใจกับสิ่งที่ผิดพลาดเหล่านี้ดูเพื่อหาหนทางให้ธุรกิจอยู่รอดต่อไป โดยข้อผิดพลาดที่ผู้ประกอบการมักพบกันก็คือ
ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไร ที่ทำให้กิจการจำเป็นและจำใจต้อง เปลี่ยนสำนักงานบัญชี ใหม่ เรื่องที่สำคัญคือ
โปรแกรม ERP เป็นระบบบริหารจัดการทรัพยากรขององค์กรที่เชื่อมต่อและรวมรวมข้อมูลทั้งหมดขององค์กรในระบบเดียวกัน โดยรวมถึงเรื่องบัญชีทางการเงินด้วย โดยโปรแกรม ERP จะช่วยให้ฝ่ายบัญชีสามารถดำเนินการตรวจสอบรายการเงินสด รายการเจ้าหนี้ รายการลูกหนี้ รายการค่าใช้จ่าย และรายการบัญชีอื่นๆ ได้อย่างง่ายดาย
โปรแกรมบัญชี เป็นเครื่องมือที่สำคัญที่สุดเลยก็ว่าได้ เพราะงานบัญชีคือส่วนหนึ่งของธุรกิจ ที่ทำให้เจ้าของกิจการหรือผู้บริหารเห็นภาพรวมขององค์กรอย่างชัดเจน การมีโปรแกรมบัญชีเข้ามาช่วยงานบัญชีทำให้องค์กรมีความราบรื่น ถูกต้อง และมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับองค์กรด้วย นับว่าเป็นสิ่งที่คุ้มค่ากับการลงทุนอย่างแน่นอน
สร้างเว็บไซต์สำเร็จรูปฟรี ร้านค้าออนไลน์